ไฟเครื่องยนต์โชว์

ไฟรูปเครื่องยนต์หรือสัญลักษณ์ Check Engine ที่แสดงอยู่ที่หน้าปัดหรือเรือนไมล์ มักสร้างข้อสงสัยให้กับใครหลายคนโดยเฉพาะบรรดาเจ้าของรถมือใหม่ ซึ่งมักจะปรากฏแสดงในขณะที่ทำการเสียบกุญแจไปที่ตำแหน่ง on แต่เมื่อทำการติดเครื่องยนต์เรียบร้อยแล้ว ไฟเครื่องยนต์ก็มักจะหายไป โดยหากเกิดเหตุดังนี้ไม่ต้องตกใจ เพราะถือว่าเรื่องนี้เป็นกระบวนการปกติทั่วไปที่เกิดขึ้นได้เป็นธรรมดา


แต่กระนั้นก็ตามเรื่องนี้ถือว่ามีประโยชน์ ในการเอาไว้ตรวจสอบสภาพความผิดปกติของรถยนต์ โดยเฉพาะหากทำการสตาร์ทเครื่องยนต์ไปแล้ว ปรากฏว่าไฟไม่ได้ดับลง นั่นก็แสดงว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นกับรถยนต์ของคุณแล้ว แต่มันก็ไม่ได้แปลว่าปัญหาที่เกิดขึ้นหรือความผิดปกติที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องใหญ่เสมอไป เพราะอาจจะเกิดขึ้นได้จากความผิดปกติในส่วนเล็ก ๆ ก็เป็นได้ หากในกรณีที่คุณไม่ได้มีความรู้ความชำนาญในการตรวจสอบ ก็ให้รีบนำรถเข้าศูนย์บริการตรวจเช็คหรืออู่ที่ไว้ใจได้


ทั้งนี้แม้ว่าจะเกิดไฟแสดงผลแจ้งเตือนเกิดขึ้นและไม่ยอมดับลงนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะขับเคลื่อนต่อไปได้ ซึ่งอาจจะหมายถึงการแจ้งเตือนล่วงหน้าให้ควรทำการตรวจสอบรถเท่านั้น โดยที่คุณยังสามารถขับรถต่อไปได้ในระยะที่เหมาะสม แต่ไม่ควรใช้เดินทางไกลเกินไปโดยการที่ไฟ check Engine ได้สว่างโชว์ขึ้นมานั้นอาจสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุโดยสาเหตุส่วนใหญ่นั้นมักจะเกิดขึ้นได้จากปัญหา ของในส่วนบริเวณห้องเครื่อง เช่นระบบการจ่ายน้ำมัน,ระบบการจุดระเบิด,หรือระบบหัวฉีด,รวมไปถึงระบบเซ็นเซอร์ต่าง ๆ และส่วนปลีกย่อยอาทิเช่น หัวเทียน ,คอยล์,ระบบควบคุมหรือระบบส่งอากาศระบบถ่ายเทไอเสีย,ระบบตรวจวัดปริมาณไอเสียหรือเกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ หรือแม้แต่เกิดขึ้นจากระบบไฟแจ้งเตือนเองที่ทำงานไม่ปกติ


นอกจากนี้เจ้าของรถยังอาจจะสามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้ อาทิเช่น การตรวจสอบสภาพของน้ำมันเครื่อง,ตรวจของเหลวต่าง ๆ ,ตรวจสอบความสึกหรอที่มองเห็นได้จากภายนอก, ตรวจสอบเสียงผิดปกติต่าง ๆ แต่หากเกิดขึ้นจากระบบที่ซับซ้อนเกินความสามารถ ของเจ้าของรถหรือช่างทั่วไปที่จะตรวจสอบ อย่างเช่นความผิดปกติของวงจรไฟฟ้า หรือเครื่องยนต์ หรือในกล่อง ECU กรณีนี้ไม่ควรเข้าไปยุ่ง และควรให้เป็นหน้าที่ของช่างผู้ชำนาญการ


อย่างไรก็ตามในรถรุ่นใหม่ ๆ หลายรุ่นสามารถใช้แอพพลิเคชั่นจากสมาร์ทโฟนทำการเชื่อมต่อกับรถยนต์เพื่อตรวจสอบได้ด้วย ทั้งนี้แม้ว่ารถของคุณจะสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ โดยดูเสมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ไม่ควรปล่อยปละละเลย ประมาทหรือวางใจ ควรหาโอกาสตรวจสอบที่เหมาะสมอยู่เสมอและควรใช้บริการของอู่รถ หรือศูนย์บริการที่มีความชำนาญการอย่างแท้จริง


เพราะหากปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมีรายละเอียดซับซ้อน และช่างไม่มีความสามารถอย่างเข้าถึงก็อาจนำมาซึ่งปัญหาที่บานปลายแก้ไม่จบยิ่งขึ้นก็เป็นได้

โดยที่คุณยังสามารถขับรถต่อไปได้ในระยะที่เหมาะสม แต่ไม่ควรใช้เดินทางไกลเกินไป
โดยการที่ไฟ check Engine ได้สว่างโชว์ขึ้นมานั้นอาจสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุโดยสาเหตุส่วนใหญ่นั้นมักจะเกิดขึ้นได้จากปัญหา ของในส่วนบริเวณห้องเครื่อง เช่นระบบการจ่ายน้ำมัน,ระบบการจุดระเบิด,หรือระบบหัวฉีด,รวมไปถึงระบบเซ็นเซอร์ต่าง ๆ และส่วนปลีกย่อยอาทิเช่น หัวเทียน ,คอยล์,ระบบควบคุมหรือระบบส่งอากาศระบบถ่ายเทไอเสีย,ระบบตรวจวัดปริมาณไอเสียหรือเกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ หรือแม้แต่เกิดขึ้นจากระบบไฟแจ้งเตือนเองที่ทำงานไม่ปกติ


นอกจากนี้เจ้าของรถยังอาจจะสามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้ อาทิเช่น การตรวจสอบสภาพของน้ำมันเครื่อง,ตรวจของเหลวต่าง ๆ ,ตรวจสอบความสึกหรอที่มองเห็นได้จากภายนอก, ตรวจสอบเสียงผิดปกติต่าง ๆ แต่หากเกิดขึ้นจากระบบที่ซับซ้อนเกินความสามารถ ของเจ้าของรถหรือช่างทั่วไปที่จะตรวจสอบ อย่างเช่นความผิดปกติของวงจรไฟฟ้า หรือเครื่องยนต์ หรือในกล่อง ECU กรณีนี้ไม่ควรเข้าไปยุ่ง และควรให้เป็นหน้าที่ของช่างผู้ชำนาญการ


อย่างไรก็ตามในรถรุ่นใหม่ ๆ หลายรุ่นสามารถใช้แอพพลิเคชั่นจากสมาร์ทโฟนทำการเชื่อมต่อกับรถยนต์เพื่อตรวจสอบได้ด้วย ทั้งนี้แม้ว่ารถของคุณจะสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ โดยดูเสมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ไม่ควรปล่อยปละละเลย ประมาทหรือวางใจ ควรหาโอกาสตรวจสอบที่เหมาะสมอยู่เสมอและควรใช้บริการของอู่รถ หรือศูนย์บริการที่มีความชำนาญการอย่างแท้จริง


เพราะหากปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมีรายละเอียดซับซ้อน และช่างไม่มีความสามารถอย่างเข้าถึงก็อาจนำมาซึ่งปัญหาที่บานปลายแก้ไม่จบยิ่งขึ้นก็เป็นได้

พระราชวังไกลกังวล

พระราชวังไกลกังวลนั้น เดิมทีพื้นที่บริเวณนี้มีชื่อเดิมว่า สวนไกลกังวล อันมีความหมายว่า สวนที่อยู่ห่างไกลจากความกังวล ซึ่งต่อมา พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าให้สร้างพระราชวังขึ้นสำหรับใช้เป็นที่ประทับในฤดูร้อน

ต่อมาในยุคสมัยรัชกาลที่ 9 เป็นที่รู้กันดีของพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ว่าเป็นสถานที่ประทับแปรพระราชฐาน ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ


โดยพระราชวังแห่งนี้มีการออกแบบที่งดงาม ใช้โครงสร้างสถาปัตยกรรม ในสไตล์ สเปน อีกทั้งยังมีบริเวณของที่ตั้งของพระราชวังให้ตั้งอยู่ในพื้นที่ติดทะเล นอกจากนี้ยังประดับประดา ด้วย นาฬิกาแดดแบบโบราณ โคมไฟ และรูปปั้นแกะสลักหิน ท่ามกลางบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยไม้ประดับหลากสีสัน นานาพัณธ์ และสวนแปลงดอกไม้ที่จัดเอาไว้และดูแลอย่างงดงาม


ซึ่งในปัจจุบัน พระราชวังแห่งนี้ยังได้เปิดให้ประชาชนผู้สนใจได้เข้าชม ซึ่งจะเปิดปิดเป็นเวลา เริ่มตั้งแต่เวลา 09:00 น. ถึง 16:00 น. และมีค่าบัตรเข้าชม เพื่อใช้ร่วมเป็นงบประมาณในการดูแลจัดการ ซึ่งจะจัดเก็บในอัตราผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท โดยผู้เข้าชมจะต้องมีการแต่งกายที่สุภาพให้เกรียติแก่สถานที่ ในขณะเข้าชมโดยพระราชวังแห่งนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวโดยรอบหลากหลายที่สถานที่ ที่นักท่องเที่ยวจะสามารถท่องเที่ยวได้อีกหลายแห่ง อาทิเช่น
วัดเขาตะเกียบ ซึ่งมีที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสุดปลายอ่าวตะเกียบเป็นวัดที่ผู้คนให้ความเลื่อมใสศรัทธาและสักการะบูชา อีกทั้งนักท่องเที่ยวยังสามารถรับชมทิวทัศน์ของอ่าวหัวหิน โดยเฉพาะในช่วงพระอาทิตย์ขึ้นจะมีทัศนียภาพที่งดงามเป็นอย่างยิ่ง

อีกทั้งยังในพื้นที่อำเภอหัวหินยังมีอุทยาน เขาหินเทิน ซึ่งจะสามารถท่องเที่ยวชมลานหินกว้างบนยอดเขาและดูวิวของอ่าวไทย และยังสามารถเดินทางเที่ยวชม พระราชนิเวศน์ มฤคทายวัน

ซึ่งเป็นสถานที่อันได้รับการขนานนามว่า เป็นพระราชนิเวศน์แห่งความรักและความหวัง ซึ่งในอดีตได้ใช้เป็นที่ประทับริมทะเลในรัชสมัยของ รัชกาลที่หก ซึ่งพระราชนิเวศน์แห่งนี้มีการออกแบบก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบ อิตาลี อีกทั้งยังใช้วัสดุการก่อสร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง


นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งคือ เขากระจก ซึ่งมีบันได 395 ขั้นไปจนถึงยอดเขามีทัศนียภาพที่งดงาม และยังได้มีโอกาสสักการะ พระบรมสารีริกธาตุ และ พระพุทธบาทจำลอง อีกทั้งในบริเวณของเขาช่องกระจก ยังสังเกตุเห็นได้ว่ามีลิงอาศัยอยู่จำนวนมากอีกด้วย


นอกจากนี้บริเวณพื้นที่หัวหินโดยรอบยังประกอบไปด้วย บ้านหว้ากอ ซึ่งเป็นสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงใช้สำหรับภารกิจในการพิสูจน์และการคำนวนสถานที่และเวลาของการเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงได้อย่างแม่นยำและชัดเจนถูกต้อง

ติดตั้ง gps กันรถหาย ช่วยได้จริงไหม?

เชื่อว่ารถยนต์คงเป็นสมบัติชิ้นสำคัญของหลาย ๆ คนอย่างไม่ต้องสงสัย ในเมื่อกว่าจะออกรถได้สักคนไม่ใช่เรื่องง่าย ทำงานมาหลายปีกว่าจะมีรถเท่ ๆ ไว้ขับ แล้วคิดดูว่าถ้าอยู่ดี ๆ รถคันงามที่เราจอดเอาไว้ที่ใดสักแห่งเกิดหายไปคงเป็นเรื่องช็อก ทำตัวไม่ถูกทำใจไม่ได้กันแน่ ๆ จะดีกว่าหรือไม่หากเราพยายามมองหาวิธีป้องกันรถหายด้วยการใช้ gps กันรถหาย มาติดตั้งเอาไว้กับรถของเรา อาจมีคำถามเกิดขึ้นมาว่าตามโฆษณาของเครื่อง gps รุ่นต่าง ๆ มันจะช่วยค้นหารถของเราให้กลับมาได้จริงหรือ เป็นเรื่องน่าสนใจที่คงอยากได้คำตอบกันแน่ ๆ

ก่อนอื่นขอย้อนกลับไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่อง gps กันสักเล็กน้อย จริง ๆ สิ่งนี้ถูกพัฒนาขึ้นมาจากระบบดาวเทียมที่เชื่อมต่อสัญญาณกับเครื่องรับสัญญาณกระทั่งเครื่องรับดังกล่าวค่อย ๆ มีวิวัฒนาการจนกลายมาเป็นเครื่องขนาดเล็ก สามารถพกพาเอาไปไหนต่อไหนได้ จากจุดนี้นี่เองทำให้เกิดการคิดค้นว่าหากนำเอาการค้นหาตำแหน่งที่ตั้งของสัญญาณ gps มาใช้ให้เกิดประโยชน์คงเป็นเรื่องดีมาก ๆ จึงทำให้กลายเป็น gps กันรถหาย แบบที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้ แม้ตัวเครื่องพร้อมระบบการทำงานของแต่ละรุ่นจะต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับการออกแบบของยี่ห้อนั้น ๆ แต่ภาพรวมที่เหมือนกันก็คือ gps tracking สามารถติดตามค้นหาตำแหน่งที่อยู่ของตัวเครื่องได้จริง การนำเอามาติดตั้งกับรถยนต์จึงกลายเป็นวิธีสำคัญที่ช่วยป้องกันไม่ให้รถสุดรักของทุกคนโดนขโมยไปแบบไร้เยื่อใย ซึ่ง gps ที่ใช้ติดตามรถนี้จะแบ่งระบบการทำงานออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ ประกอบด้วย

แบบเรียลไทม์


จะแสดงผลของการติดตามรถยนต์ตลอดเวลาเพียงแค่ผู้ใช้งานกดเข้าไปยังหน้าเว็บ, แอปฯ หรือมีการแจ้งเตือนผ่าน SMS ก็จะรู้ได้ทันทีว่าตอนนี้รถยนต์ของเรากำลังเคลื่อนที่ มีคนเข้ามายุ่งเกี่ยว พร้อมทั้งสามารถติดตามผลย้อนหลังได้เลย

แบบกึ่งเรียลไทม์


แบบนี้จะมีราคากลาง ๆ และเป็นที่นิยมกันมาก เมื่อรถมีการเคลื่อนไหวหรือมีการพยายามเข้าหารถอย่างไม่ถูกต้องตัวเครื่องจะส่ง SMS มาบอกและเราสามารถจัดการกับปัญหาดังกล่าวได้อย่างทันท่วงที


แบบออฟไลน์


แบบนี้จะมีราคาถูกทว่าหากมองในมุมของการใช้งานแล้วถือว่าไม่ค่อยคุ้มค่ามากนัก หากต้องการดูข้อมูลจริง ๆ จำเป็นต้องเสียบตัวเครื่องมาต่อกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจไม่ช่วยในเรื่องการป้องกันรถหายได้


จะว่าไประบบการทำงานของ gps กันรถหาย เองก็ถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้การติดตามเป็นเรื่องง่ายมากขึ้นโดยเฉพาะใครที่เลือกแบบเรียลไทม์และกึ่งเรียลไทม์ ด้วยผู้ผลิตเองจะมีการวางระบบที่แจ้งเตือนมายังตัวของผู้ใช้งานอย่างรวดเร็วในทุกช่องทางการติดต่อ นั่นทำให้เมื่อรถของเรากำลังเผชิญปัญหาโดนงัดแงะ หรือรถคันที่ติดตั้งไว้ไปยังเส้นทางต่าง ๆ ที่ไม่คุ้นชิน ไม่ได้มีการเซตระบบไว้ล่วงหน้า การแจ้งเตือนที่ว่าจะดังขึ้นทันที ทำให้ผู้ใช้งานรู้แล้วว่ารถของตัวเองกำลังมีปัญหาและต้องรีบจัดการแก้ไขโดยด่วน


อย่างไรก็ตามอีกสิ่งทีสำคัญมาก ๆ หากต้องการให้ gps กันรถหาย ทำงานได้แบบเต็มประสิทธิภาพ ใช้งานได้ดี ไม่มีปัญหาใด ๆ มารบกวนก็จำเป็นต้องเลือกซื้อให้ถูกหลัก มีวิธีพิจารณาการซื้อที่เหมาะสมดังนี้


เลือกตัวเครื่องที่ได้มาตรฐาน การเลือกตัวเครื่องให้ได้มาตรฐานตรงนี้ผู้ใช้งานจำเป็นต้องศึกษารายละเอียดต่าง ๆ ให้เข้าใจก่อน รู้ว่าระบบไหนเป็นอย่างไร โดยควรเลือกมากกว่า 1 ยี่ห้อมาเปรียบเทียบกัน และอย่าลืมว่าเรื่องราคาก็สำคัญไม่น้อยแม้คนส่วนใหญ่จะบอกว่าของแพงย่อมเป็นของที่ดี แต่มันอาจไม่ได้ดีที่สุดดังนั้นของราคาเหมาะสมก็คุณภาพดีได้หากเลือกเป็นโดยการมีข้อมูลต่าง ๆ อยู่ในมือ


บริษัทที่ซื้อต้องน่าเชื่อถือ ตรงนี้เป็นตัวช่วยสำคัญในการเลือก gps ที่จะทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ในระดับหนึ่ง คิดแบบพื้นฐานของคนทั่วไปคือการเลือกซื้อของจากบริษัทดี ๆ ยังไงก็ต้องมีคุณภาพดีอยู่แล้วไม่อย่างนั้นมันต้องเสียชื่อเขาแน่ ๆ ซึ่งการเลือกบริษัทดี น่าเชื่อถือ ก็ให้ลองศึกษาประวัติ ลองดูรีวิวจากผู้เคยใช้งานว่าซื้อจากร้านนี้แล้วดีหรือไม่ รวมถึงอาจตรวจสอบด้วยตัวเองง่าย ๆ คือ เข้าไปสอบถามข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ หากได้คำตอบที่ดีก็ยืนยันได้ระดับหนึ่งว่าการซื้อ gps กันรถหาย จากบริษัทนี้น่าเชื่อถือ


บทสรุปของคำถามนี้จึงมีคำตอบชัดเจนในตัวอยู่แล้วว่า ยังไงการติดตั้ง gps เพื่อป้องกันรถหายย่อมช่วยได้จริง ๆ แต่ก็ต้องอยู่ที่การเลือกเครื่องมาใช้งานด้วยว่ามีคุณภาพสูงแค่ไหน ทางที่ดีอย่ากังวลกับราคามากเกินไป เน้นเอาความสบายใจและความพึงพอใจในฟังก์ชั่นต่าง ๆ จะเป็นเรื่องดีที่สุด เวลาต้องใช้งานขึ้นมาจริง ๆ เชื่อเลยว่าคุณจะไม่สนใจว่าเคยซื้อมาราคาเท่าไหร่แต่สนใจแค่จะเอารถกลับคืนมาได้หรือไม่


อย่างที่บอกไปว่ารถคันหนึ่งไม่ใช่ราคาถูก ๆ การรู้จักป้องกันการสูญหายเอาไว้ก่อนด้วยเครื่อง gps กันรถหาย ย่อมดีกว่าไม่สนใจอะไรเลย แล้วพอเกิดเรื่องน่าเศร้าขึ้นจริง ๆ จะมาคิดเสียดายที่หลังด้วยไม่ยอมลงทุนกับเงินหลักพันแต่รถหลักแสนหลักล้านต้องอันตรธานหายไปในพริบตา

gprs คือ อะไรกันแน่ รู้จักแบบหมดเปลือก

ปกติเวลาที่เราได้ยินว่า gps ถือว่าคุ้นหูและเข้าใจความหมายได้เป็นอย่างดีในระดับหนึ่งแต่เมื่อพูดถึงคำว่า gprs บางคนอาจคิดว่าคำ ๆ นี้มันก็คือ gps เหมือน ๆ กันนั่นแหละ ทว่าความจริงที่ถูกต้องก็คือ gprs มีความหมายที่ต่างกับ gps อย่างสิ้นเชิง นั่นจึงเป็นเรื่องน่าสนใจที่อยากมาบอกเล่าให้เกิดความเข้าใจตรงกันมากขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องของความหมายเท่านั้นแต่ยังมีเรื่องอื่น ๆ เกี่ยวกับ gprs มาฝากกันอีก ซึ่งเป็นรายละเอียดที่น่าสนใจและควรค่าแก่การทำความเข้าใจเป็นอย่างยิ่ง มาดูไปพร้อม ๆ กันดีกว่าว่า gprs คือ อะไรกันแน่
ความหมายของ gprs


gprs ย่อมาจาก General Packet Radio Service พอเริ่มเห็นคำเต็มก็พอจะคาดเดาได้ง่ายมากขึ้น มันคือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับระบบโทรคมนาคมนั่นเอง คือสมัยนี้เราอาจเรียกกันว่ายุค 4G, 5G อะไรก็ตามแต่ ทว่าจุดเริ่มต้นจริง ๆ ที่มีการกำหนดในโลกของโทรคมนาคมขึ้นมาคือตั้งแต่ยุค 1G นี่คือระบบมือถือทั่ว ๆ ไปที่ยังคงเป็นแอนะล็อก (Analog) ซึ่งไม่ได้มีฟังก์ชั่นใด ๆ น่าสนใจเลย ต่อมาจึงพัฒนาเป็น 2G คือมือถือในยุคดิจิทัลแล้ว แต่ก็ยังคงเป็นช่วงแรก ๆ กระทั่งค่อย ๆ ก้าวเข้าสู่ยุคปัจจุบันดังที่อธิบายไว้ก่อนหน้าแล้วนั่นเอง


กระนั้นไม่ว่าโลกของเราจะก้าวเข้าสู่ยุคไหนก็ตาม gprs ยังถือเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจอยู่เสมอ อาจบอกได้ว่านี่คือจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของเทคโนโลยีด้านการสื่อสารยุคใหม่ ในอดีตหากจำกันได้เวลาใช้งานมือถือสิ่งที่ทำได้อย่างเดียวคือการส่งเสียงพูดเท่านั้น สามารถจัดส่งข้อมูลต่าง ๆ ได้แค่ระดับ 9.6 Kbps ทว่า gprs ก็ทำให้ยุคปัจจุบันความเร็วของมือถือมีมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว ผู้คนสามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตได้อย่างสบาย ๆ และเจ้าตัว gprs นี่เองถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้เรามีมือถือสมาร์ทโฟนเอาไว้ใช้งาน ข้อสรุปง่าย ๆ ในความหมายของ gprs คือ เทคโนโลยีแห่งจุดเริ่มต้นของความทันสมัยในหลาย ๆ ด้าน แต่ถ้าจะให้เข้าใจง่ายกว่าเดิมความหมายของคำ ๆ นี้สามารถแยกย่อยได้ 5 ประเด็น คือ
เน้นการจัดส่งข้อมูลที่มีความกระชับ ฉับไว รวดเร็ว นำมาใช้งานร่วมกับเครือข่ายในระบบ GSM เป็นตัวช่วยในการเพิ่มความสามารถให้เร็วยิ่งขึ้นตรงส่วนการติดตั้ง อีกทั้งระยะเวลาในการส่งผ่านข้อมูลก็มีความเร็วมากขึ้นกว่าเดิมเช่นกัน


เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีจากเครือข่ายเก่า จุดประสงค์หลักของ gprs คือ ต้องการให้ข้อมูลต่าง ๆ ถูกส่งผ่านอย่างรวดเร็วมากที่สุด พูดง่าย ๆ ว่าทำให้การส่งข้อมูลเร็วกว่าเดิมนั่นเอง
ถือเป็นรูปแบบของการส่งผ่านข้อมูลใหม่ ๆ ที่ช่วยให้มีประสิทธิภาพสูงกว่าเก่า เอาแค่ระดับความเร็วก็คงพอมองเห็นภาพชัดเจนแล้ว ในอดีตเราส่งได้แค่ 9.6 Kbps ทว่าปัจจุบันนี้ขั้นต่ำ ๆ ที่จะว่าไปยังแทบไม่มีใครใช้แล้วที่ระดับความเร็ว 40 Kbps นั่นทำให้ประสิทธิภาพการส่งผ่านข้อมูลมีสูง อินเทอร์เน็ตกลายเป็นสิ่งที่คนขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของโลกใบนี้ก็สามารถทำงานได้ตามปกติ และความสะดวกสบายอื่น ๆ อีกมากมายก็มีจุดเริ่มต้นสำคัญมาจาก gprs นี่เอง


การส่งข้อมูลประเภทมัลติมีเดียทั้งหลายในยุคนี้ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ภาพ, ไฟล์วีดีโอ, ไฟล์เสียง, ไฟล์กราฟิก, ไฟล์โปรแกรม ฯลฯ ล้วนแล้วต้องขอบคุณ gprs ที่ทำให้เราส่งต่อมันได้อย่างง่ายดายโดยไม่มีติดขัดอะไรเลย
และสุดท้าย นี่คือจุดเริ่มต้นสำคัญของมนุษย์ทุกคนผู้ได้มีโอกาสใช้งานอินเตอร์เน็ตบนมือถือ จนทำให้สังคมทุกวันนี้กลายเป็นสังคมแสนสะดวกสบาย จะดูหนัง, ฟังเพลง, ช้อปปิ้ง, เล่นเกม, ทำธุรกรรม, เรียนหนังสือ ฯลฯ ทุกอย่างสามารถทำผ่านมือถือได้ทั้งหมดโดยไม่ต้องคิดอะไรมากเลยจริง ๆ


จะว่าไปเรื่องของการใช้เทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตของเราหลายคนอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่า gprs คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้โลกอินเตอร์เน็ตเจริญก้าวหน้ามาได้จนถึงทุกวันนี้ เป็นเรื่องใหม่ที่ทำเอาหลายคนแทบอยากย้อนกลับไปดูรายละเอียดอันลึกซึ้งของคำ ๆ นี้กันเลยด้วยซ้ำ เทคโนโลยีบางอย่างอาจไม่ได้เป็นที่โด่งดังอะไรมากนักแต่เมื่อมองย้อนกลับมาดูเรื่องความสำคัญหากขาดสิ่งเหล่านี้ไปโลกของเราก็อาจไม่พัฒนามาไกลจนถึงเพียงนี้ได้เลยจริง ๆ อย่างเมื่อก่อนเราเลือกใช้งานระบบ GSM ที่ความเร็วแบบเต่าคลานกระทั่งพอเปลี่ยนมาเป็น gprs ความเร็วนี้ระดับม้าวิ่งแข่งซึ่งทำให้มองเห็นภาพความต่างอย่างชัดเจนว่ามีมากขนาดไหน


ขณะเดียวกันเรื่องของเงินก็เป็นปัจจัยสำคัญ gprs คือ อีกจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้เราไม่จำเป็นต้องเสียค่าอินเตอร์เน็ตทุกครั้งเมื่อมีการเข้าใช้งาน ลองย้อนกลับไปในยุคที่อินเตอร์เน็ตเริ่มเข้ามาใหม่ ๆ ในระบบ GSM หากใครจำได้เวลาจะโทรศัพท์บ้านแต่ละครั้งต้องถอดสายอินเตอร์เน็ตออกไม่อย่างนั้นจะคุยไม่รู้เรื่อง รวมถึงเมื่อเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตทุกครั้งก็ต้องเสียเงิน ทว่าเมื่อยุค gprs ก้าวเข้ามาสมัยนี้โทรศัพท์ก็โทรได้ปกติแม้เล่นอินเตอร์เน็ตอยู่ จ่ายเงินแบบรายเดือนครั้งเดียวจะเข้าออกตอนไหนก็ได้
นี่คือเรื่องราวที่ทำให้ทุกคนเข้าใจกันดีแล้วว่า gprs คือ คืออะไรกันแน่ เป็นสิ่งสำคัญต่อมวลมนุษยชาติในการก่อให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ ๆ ขึ้นมากับโลกใบนี้ เป็นสิ่งที่หลายคนอาจคิดไม่ถึงแต่แท้จริงแล้วมีความสำคัญมากจริง ๆ

จีพีเอส คือ อะไร มีกี่ประเภทกันแน่

เมื่อพูดถึงคำว่า จีพีเอส หลายคนคงจะรู้จักกันแล้วไม่มากก็น้อย เอาเป็นว่าหากต้องการคำอธิบายแบบง่าย ๆ ก็คือระบบการทำงานด้วยดาวเทียมประเภทหนึ่งที่ใช้ในการบอกเส้นทางหรือติดตามสิ่งต่าง ๆ ตามที่เจ้าของต้องการใช้งาน ทว่าเมื่อพูดถึงความหมายให้ละเอียดและลึกซึ้งกว่านี้ก็ต้องบอกว่านี่คือสิ่งที่มีความหมายโดยรวมที่น่าสนใจมากทีเดียว เชื่อว่าแม้คนใช้งานเป็นประจำอาจยังไม่เข้าใจในความหมายแบบละเอียดด้วยซ้ำ ว่าแล้วมาทำความรู้จักกันดีกว่า จีพีเอส คือ อะไรกันแน่ แล้วที่เราใช้งานอยู่มันคือจีพีเอสประเภทไหน
จีพีเอส ? สิ่งนี้คืออะไรกันแน่นะ


จีพีเอส คือ ระบบสำหรับการกำหนดตำแหน่งบนโลก มีชื่อเต็มในภาษาอังกฤษว่า Global Positioning System หรือ GPS ลักษณะการทำงานของระบบตัวนี้จะใช้การคำนวณระบบพิกัดกริดยูทีเอ็มซึ่งมีทั้งหมด 60 โซน เป็นการส่งจากนาฬิกามายังดาวเทียมที่โคจรอยู่รอบโลกของเรา มีการให้ตำแหน่งแน่นอน เป็นระบบบอกตำแหน่งจากจุดที่รับสัญญาณทั่วโลกซึ่งต้องมีเครื่องรับสัญญาณ การพัฒนาของจีพีเอสมีความก้าวหน้ามาก ๆ ยิ่งถ้าเป็นตัวใหม่ ๆ สามารถคำนวณทิศทางกับความเร็วได้ นิยมนำมาใช้งานกับโปรแกรมประเภทแผนที่ทั้งหลายเพื่อเอาไว้นำทางไปตามจุดหมายต่าง ๆ ที่ไม่คุ้นชิน


ขณะที่ตัวดาวเทียมที่อยู่ในระบบทำงานของจีพีเอสจะเป็นดาวเทียมโคจรต่ำ ๆ ความสูงราว 11,000 ไมล์ จากระดับพื้นผิวของโลก การยืนยันตำแหน่งของจีพีเอสแต่ละจุดจะต้องใช้พิกัดที่มาจากดาวเทียมขั้นต่ำ 3-4 ดวง การโคจรรอบโลกนั้นจะมีระดับความเร็ว 4 กม. / วินาที ใช้เวลาในการเคลื่อนที่รอบโลก 12 ชม. โดยการโคจรรอบโลกแต่ละรอบแบ่งออกเป็น 6 ระนาบ แต่ละระนาบจะมีดาวเทียมทั้งหมด 4 ดวง ทำมุมที่ระดับ 55 องศา ซึ่งทั้งระบบนี้จะต้องมีจำนวนดาวเทียมทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่า 24 ดวง เหตุผลก็เพราะจะได้ยืนยันตำแหน่งแบบครอบคลุมจากทุกพื้นที่บนโลกนั่นเอง ดาวเทียมทุก ๆ ดวงที่โคจรจะส่งสัญญาณ gps นี้มายังภาคพื้นดินถึงสถานีควบคุมเอาไว้บอกพิกัดของตนเองว่าเคลื่อนที่ไปตรงจุดไหน ตัวสัญญาณของ gps ที่มาถึงภาคพื้นดินนี้จะมีขนาดเล็กสุด ๆ โอกาสเกิดการรวบกวนมีสูง เราจึงสังเกตว่าเวลาใช้งานหากอยู่ในที่อับสัญญาณหรืออยู่ในพื้นที่ปิดการใช้งาน gps จะเป็นเรื่องยากทันที
จีพีเอสที่ใช้งานกันอยู่ในปัจจุบันนี้มีกี่ประเภท


เมื่อรู้ความหมายกันแล้วว่า จีพีเอส คือ อะไร คราวนี้มารู้จักกับประเภทของการใช้งานที่เราใช้กัน ทุกวันนี้จีพีเอสที่เราใช้งานจะถูกแบ่งหลัก ๆ ออกเป็น 2 ประเภท แต่ละประเภทจะให้ประโยชน์ที่ต่างกันออกไป ดังนี้

จีพีเอสนำทาง หรือ GPS NAVIGATOR


เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการนำทางเป็นหลัก คอยบอกตำแหน่งสถานที่ต่าง ๆ รวมถึงตำแหน่งของตัวผู้ใช้ด้วยว่าอยู่ตรงจุดไหน ส่วนมากการใช้งานจีพีเอสประเภทนี้จะเป็นผู้ที่ต้องเดินทางด้วยรถยนต์เอาไว้สำหรับการขับขี่ไปยังสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งไม่มีความคุ้นชิน ผู้ผลิตจีพีเอสสำหรับนำทางจะมีด้วยกันหลายเจ้ามาก ๆ แต่ที่ได้รับความนิยมสุด ๆ คือ NavTeq และ Tele Atlas เนื่องจากทั้งสองบริษัทนี้จะมีความครอบคลุมในเรื่องของพื้นที่ทั่วทั้งโลก ข้อจำกัดในการใช้งานมีไม่มาก ขณะที่บริษัทเล็ก ๆ เจ้าอื่นหากต้องการให้ได้รับความนิยมมักจะมีการติดต่อกับสองบริษัทนี้เพื่อแบ่งพิกัดการใช้งานให้พวกเขามีพื้นที่ครอบคลุมมากกว่าเดิม อีกทั้งสองบริษัทดังกล่าวยังมีความรวดเร็วมาก ๆ ด้านการเข้าถึงข้อมูล

จีพีเอสติดตาม หรือ GPS TRACKING SYSTEM


ตัวนี้จะเป็นอุปกรณ์สำหรับการติดตามสิ่งต่าง ๆ ที่ผู้ใช้งานต้องการรู้ความเคลื่อนไหว เช่น ยานพาหนะ สัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่ตัวบุคคล มีการเก็บตำแหน่งการเคลื่อนไหวทุกเวลา ส่วนมากจะใช้เพื่อนำเอาไปทำเป็นข้อมูลต่าง ๆ ไว้ใช้งานกันต่อไป ในเชิงพาณิชย์จีพีเอสประเภทนี้จะได้รับความนิยมมาก ๆ เนื่องจากฝ่ายบริหารสามารถเอาข้อมูลไปใช้พัฒนาองค์กรให้ดีขึ้นกว่าเดิม เช่น ธุรกิจขนส่งนำข้อมูลไปปรับใช้เรื่องการลดต้นทุน, ธุรกิจโดยสารสาธารณะนำข้อมูลไปใช้เพื่อปรับปรุงรูปแบบบริการให้ดียิ่งขึ้น เป็นต้น ทั้งนี้จีพีเอสติดตามยังสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลัก ๆ คือ

แบบออฟไลน์


จะมีการเก็บพิกัดพร้อมตำแหน่งต่าง ๆ ไว้กับตัวเครื่อง หากต้องการรู้ข้อมูลก็ต้องนำเครื่องมาต่อใช้งานกับคอมพิวเตอร์แล้วถ่ายโอนข้อมูลอีกที ราคาจะไม่สูง

แบบกึ่งออฟไลน์


ต้องทำงานร่วมกับเครือข่ายมือถือ ตัวเครื่องใส่ซิมการ์ดแล้วจะส่งข้อมูลหรือพิกัดต่าง ๆ ผ่าน SMS หากมีการร้องขอไปยังตัวเครื่อง ราคาปานกลาง ส่วนมากนิยมใช้งานกัน

แบบออนไลน์


อุปกรณ์จะรับข้อมูล พิกัดผ่านดาวเทียมอยู่ตลอดจากนั้นส่งผ่านข้อมูลไปเก็บในตัวเครื่องด้วยระบบต่าง ๆ เช่น gprs, edge หากต้องการนำข้อมูลใช้งานสามารถดูตำแหน่งปัจจุบันได้ตลอดหรือจะดูประวัติย้อนหลังก็ได้ ราคาจะสูงมาก ส่วนใหญ่จะเลือกใช้เฉพาะกลุ่มองค์กรที่จำเป็นจริง ๆ
ทั้งหมดนี้ทำให้เข้าใจว่าความหมายของ จีพีเอส คือ อะไรและยังเข้าใจถึงประเภทการใช้งานได้อย่างละเอียดถี่ถ้วนมากสุด หวังว่าคงช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจในเรื่องราวของจีพีเอสได้มากขึ้น

gps tracking คือ อะไรกันแน่ มาทำความเข้าใจกัน

แม้คนส่วนใหญ่จะพอคุ้นเคยกับคำว่า gps กันพอสมควรแล้วแต่เมื่อถามถึงเรื่องของ gps tracking กลับยังมีจำนวนมากที่ไม่คุ้นชิน พร้อมตั้งคำถามว่า gps tracking คือ อะไรกันแน่ ดังนั้นการทำความเข้าใจเพื่อให้รับรู้ในความหมายเดียวกันรวมถึงจะได้เป็นการนำไปใช้ประโยชน์อย่างถูกต้องมากที่สุดจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ โดยเฉพาะใครที่คิดว่าตนเองกำลังทำธุรกิจบางอย่างแล้วต้องการตัวช่วยเรื่องระบบ gps รับรองว่าเมื่อเข้าใจความหมายจะยิ่งทำให้เกิดประโยชน์ต่อธุรกิจมากขึ้นกว่าเดิม

ระบบนี้คืออะไร


สำหรับระบบ gps tracking คือ ระบบการติดตามตำแหน่งด้วยตัวดาวเทียม ทว่าการจะติดตามตำแหน่งได้นั้นจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า tracker หรือเป็นอุปกรณ์พกพาติดตั้งไปกับยานพาหนะ บุคคล สินค้า หรืออะไรก็ได้ที่ต้องการจะติดตามดูความเคลื่อนไหวว่าเป็นอย่างไร ซึ่งการติดตามดังกล่าวนี้จะต้องมีการเชื่อมต่อพร้อมใช้งานตัว gps สำหรับคำนวณตำแหน่งบนพื้นผิวโลก ทำให้รู้ว่าตอนนี้เครื่องที่เราติดตามไปอยู่ตรงไหนกันแน่ จำเป็นต้องใช้ตำแหน่งดาวเทียมเพื่ออ้างอิงให้เกิดความแม่นยำสูง ๆ จะช่วยให้รู้พิกัดของสิ่งเหล่านั้นได้อย่างชัดเจนที่ระดับความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 100 ม. ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์รับสัญญาณด้วย


ถือว่าระบบนี้เป็นระบบที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ประโยชน์อย่างแท้จริงโดยเฉพาะบรรดาธุรกิจที่ต้องมีการส่งคนออกไปนอกบริษัทหรือธุรกิจที่ต้องทำเวลาในเรื่องการเดินทาง เช่น ธุรกิจขนส่งสินค้าจะเป็นธุรกิจที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดหากเลือกติดตั้งระบบดังกล่าวนี้กับรถขนส่งของตนเอง เจ้าของธุรกิจสามารถตรวจสอบได้เลยว่าระยะทางจากจุดเริ่มต้นไปจนถึงปลายทางใช้เวลานานเท่าไหร่ ระหว่างทางผู้ขับขี่มีการปฏิบัติตามกฎที่ได้ระบุไว้หรือไม่ เช่น รถหยุดนิ่งบ่อย นั่นหมายถึงจอดพักรถเพื่อทำอะไรบางอย่างบ่อยเกินไป , ออกนอกเส้นทางที่กำหนด , ขับรถเร็วเกินกำหนด เป็นต้น อีกทั้งระบบ gps tracking คือ ระบบที่สามารถนำมาใช้ในเรื่องของการจัดการด้านยานพาหนะกรณีที่เป็นธุรกิจซึ่งต้องดูแลรถเยอะ ๆ เช่น ธุรกิจให้เช่าแท็กซี่ ก็เลือกใช้ระบบดังกล่าวได้เช่นกัน


แล้วเคยสงสัยกันบ้างหรือเปล่าว่า gps ของ gps tracking นี้สามารถบอกตำแหน่งต่าง ๆ ได้อย่างไร ? ต้องย้อนกลับไปอธิบายเรื่องของ gps กันสักเล็กน้อยว่า ระบบ gps เป็นระบบสำหรับการระบุตำแหน่งบนพื้นโลกมาจากการคำนวณความถี่ของสัญญาณนาฬิกาซึ่งส่งตรงมาจากดาวเทียมที่ทำการโคจรในจุดต่าง ๆ นั่นจึงเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับการระบุตำแหน่งค้นหาของสิ่งต่าง ๆ ที่เราต้องการ พร้อมกันนี้ยังช่วยคำนวณเรื่องทิศทาง ความเร็ว สำหรับการนำมาใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ดังที่ได้อธิบายเอาไว้แล้วด้วยเช่นกัน ตัวดาวเทียมที่เราคุ้นเคยกันดีทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์นำร่องเพื่อระบุตำแหน่งก็คือ Navstar ของสหรัฐฯ กระนั้นก็ยังมีดาวเทียมอีกมากเหมือนกัน ซึ่งนอกจากดาวเทียมของสหรัฐฯ จะเป็นตัวหลักแล้วก็ยังมีดาวเทียมจากรัสเซียและประเทศอื่น ๆ ในยุโรป เหล่านี้ล้วนเป็นตัวดาวเทียมที่ใช้งานกันบ่อย ๆ ดาวเทียมเหล่านี้จะมีการส่งข้อมูลต่าง ๆ กลับมาบนจุดภาคพื้นดินแล้วเกิดการแปลสัญญาณ แปลรหัส ประมวลผล แล้วค่อยถูกนำไปใช้งานกันต่อไป

ประโยชน์จากการใช้งาน gpa tracking


แน่นอนว่าเราย่อมพูดถึงประโยชน์ด้านของการขนส่งเป็นหลัก ทว่าจริง ๆ แล้วการใช้งาน gps tracking ยังมีประโยชน์ด้านอื่น ๆ อีกมาก ว่าแล้วก็มาทำความรู้จักกันว่าประโยชน์อีกมากมายของ gps tracking คือ อะไรบ้าง
สร้างความพึงพอใจให้กับกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนส่งที่ลูกค้าทุกคนย่อมต้องการความรวดเร็ว ตรงเวลา มีมาตรฐานในการจัดส่งชัดเจน หากเลือกใช้ระบบดังกล่าวจะช่วยให้เกิดความพึงพอใจ มีการจ้างงานต่อเรื่อย ๆ ตรงนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจก้าวไปข้างหน้าได้อย่างแข็งแรง เพราะมีเทคโนโลยีชั้นดีเข้ามาเป็นผู้ช่วยสำคัญ
สร้างความปลอดภัยบนท้องถนนได้ดีโดยเฉพาะบรรดาคนขับที่ชอบขับรถหวาดเสียว ขับรถอันตราย หากมีตัว gps tracking ติดตั้งอยู่กับรถ ย่อมไม่กล้าที่จะขับตามอำเภอใจได้อยู่แล้ว เมื่อขับอย่างปลอดภัยก็ย่อมช่วยให้ลดการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนลงได้ ชีวิตก็เกิดความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม


เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้มากขึ้น โดยเฉพาะบรรดาธุรกิจขนส่งทั้งหลายดังที่เคยกล่าวเอาไว้แล้ว ยกตัวอย่าง แม้จุดหมายปลายทางจะอยู่ลึก ไกล กันดารขนาดไหน แต่เมื่อติดตั้งระบบนี้เอาไว้ก็ช่วยให้เกิดความสบายใจมากขึ้นกับคนที่ต้องนั่งตรวจสอบการทำงาน แล้วคิดดูว่าการเดินทางไปในพื้นที่ห่างไกลแบบนั้นคงเสียเวลาและเปลืองน้ำมันกันสุด ๆ แต่เมื่อเราใช้ระบบนี้เข้ามาช่วยการจัดการเส้นทาง ซึ่งจะทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายมากขึ้น ประหยัดเวลา ประหยัดน้ำมัน เป็นความคุ้มค่าที่เกิดขึ้นกับธุรกิจในแบบที่เราสามารถสัมผัสได้จริง


อย่างไรก็ตาม แม้ gps tracking จะมีประโยชน์ มีข้อดีอยู่เยอะ แต่ทุกอย่างบนโลกใบนี้ก็มีข้อด้อยเป็นเรื่องธรรมดา เช่น กรณีที่ใช้งานในรูปแบบแบตเตอรี่ จะเปลืองพลังงานเยอะมาก ๆ ยิ่งถ้าใช้ระบบ gps เข้าไปด้วยแล้วยิ่งทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วกว่าเดิม หรือบางกรณีที่ไม่ได้มีการเติมอินเตอร์เน็ตเอาไว้มากนัก การใช้งานระบบนี้จะทำให้ระบบอินเตอร์เน็ตหมดเร็วขึ้น เป็นต้น


ต้องถือว่าระบบ gps tracking คือ ระบบที่มีมาตรฐาน สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง สร้างความสะดวกสบายให้กับหลาย ๆ ธุรกิจจนกลายเป็นจุดแข็งที่ทำให้เจริญเติบโตไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถือว่าเป็นระบบดี ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการโดยแท้

ข้อดีของการเลือกใช้งาน gps ติดตามรถ

ทุกวันนี้ ระบบ gps กลายเป็นระบบที่มีความสำคัญอย่างมากต่อการใช้ชีวิตของคนเรา โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ต้องเดินทางอยู่ตลอดเวลา หากเมื่อมีระบบนี้เข้ามาช่วยเหลือก็ยิ่งทำให้เกิดความสะดวกสบายมากขึ้น สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินทาง ก็ต้องยอมรับว่า gps ติดตามรถ มีข้อดีอะไรในหลาย ๆ ด้านที่เหนือกว่าการคาดเดาเอาไว้เยอะมากทีเดียว เป็นระบบที่เรามักสังเกตว่าหลาย ๆ ธุรกิจนิยมเลือกใช้เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในระยะหลังมานี้ ประกอบกับระบบการทำงานอันมีเสถียรภาพที่ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ก็ยิ่งทำให้กลายเป็นจุดแข็งเรียกคนให้หันมาใช้กันอย่างแพร่หลาย ลองมาดูข้อดีของ gps ติดตามรถ กันนะครับว่ามีอะไรบ้าง
ตรวจสอบรายละเอียดการใช้งานยานพาหนะได้ชัดเจน – ข้อดีข้อแรกที่เราคุ้นเคยกันดีก็คือระบบ gps จะช่วยตรวจสอบเกี่ยวกับรายละเอียดในการใช้งานยานพาหนะที่ถูกติดตั้งเอาไว้ว่าเป็นอย่างไร มีการขับขี่ในเส้นทางที่กำหนดเอาไว้ หรือมีการนำไปใช้ในเรื่องส่วนตัวหรือเปล่า ตรงนี้จะช่วยให้ผู้ขับขี่เองทำตามระเบียบแบบแผนขององค์กรที่วางเอาไว้ ไม่มีการนอกลู่นอกทางในการใช้ยานพาหนะอย่างเด็ดขาด

ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายได้เยอะมาก


เชื่อหรือไม่ว่า gps ติดตามรถ ช่วยให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในองค์กรได้จริง ยกตัวอย่างให้เห็นง่าย ๆ คือ ธุรกิจขนส่งที่ต้องขนส่งสินค้าไปให้ลูกค้า หากไม่มีระบบ gps พวกเขาอาจขับไปตามเส้นทางเดิม ๆ ที่ใช้เวลานาน เมื่อใช้เวลานานในการขนส่งก็ย่อมเปลืองน้ำมันและมีค่าเสื่อมสภาพของรถมากขึ้น แต่เมื่อใช้ระบบ gps ทางสำนักงานสามารถแจ้งรายละเอียดได้ว่าควรใช้เส้นทางไหนเพื่อให้ระยะทางสั้นที่สุด ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้มากขึ้น นั่นแปลว่ากำไรเพิ่มขึ้น ใช้เวลาทำงานลดลง สามารถทำงานได้มากขึ้น

หมดปัญหาเรื่องของรถหายด้วยประการทั้งปวง


นี่เป็นอีกข้อดีที่หลายคนรู้อยู่แล้วเพราะการติดตามรถไม่ใช่แค่ติดตามระหว่างการขับขี่เท่านั้น แต่ยังหมายถึงกรณีที่รถหายด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม หากยังไม่มีการถอดอุปกรณ์ดังกล่าวออกจากตัวรถ ก็จะสามารถติดตามหาที่อยู่รถคันดังกล่าวได้อย่างแน่นอน

เป็นตัวช่วยในด้านการวางแผนการเดินทาง

ไม่ว่าจะเดินทางไปไหนก็ตาม การวางแผนเป็นหัวใจสำคัญเสมอเพื่อให้ประหยัดเวลามากที่สุด ไม่อ่อนล้าจากการเดินทางมากเกินไป ดังนั้นการมี gps ติดตามรถ แบบนี้จะช่วยวางแผนการเดินทางล่วงหน้าได้ก่อนเลยว่าควรจะไปเส้นไหน ออกเส้นไหน ทะลุซอย ฯลฯ รับรองว่าเมื่อมีการวางแผนเอาไว้ก่อนทำงานหรือก่อนออกเดินทางทุกครั้ง การถึงจุดหมายก็เป็นไปตามเป้า คนขับรถไม่เหนื่อย รถสภาพไม่สึกหรอมากเกินไป ช่วยให้ถึงจุดหมายปลายทางทันเวลา ประหยัดเชื้อเพลิง

ตรวจสอบการทุจริตในด้านต่าง ๆ ได้

คำว่าทุจริตในที่นี้ก็มีหลายประเด็น เช่น พนักงานแอบเอาท่อสายยางมาดูดน้ำมันออกไปเพื่อใช้ส่วนตัว เป็นต้น ถ้ารถคันดังกล่าวมีการติดตั้ง gps เอาไว้ ก็จะสามารถคำนวณน้ำมันที่ใช้ไปได้อย่างอัตโนมัติ ตรวจสอบได้ง่าย คือ gps สามารถบอกระยะทางที่ใช้เดินทางทั้งหมดได้ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงปลายทาง เมื่อรู้ว่าระยะทางจากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่งเท่านี้แล้วน้ำมันที่ใช้ควรประมาณเท่านี้ แต่เมื่อใดก็ตามน้ำมันถูกใช้ไปเกินกว่านั้นเยอะมาก ๆ ก็แสดงว่าอาจมีทุจริตเกิดขึ้นได้

สร้างความปลอดภัยให้กับทุกคนบนท้องถนน


การติดตั้ง gps ติดตามรถ สามารถตรวจสอบการขับขี่ได้ตลอดว่ามีระดับความเร็วเท่าไหร่ , ขับรถหวาดเสียวหรือไม่ ฯลฯ ทำให้ผู้ขับขี่ทุกคนต้องขับอยู่ในกฎระเบียบ สุภาพ ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น พอขับได้แบบนี้ โอกาสลดเรื่องของอุบัติเหตุบนท้องถนนก็มีมากขึ้น เมื่ออุบัติเหตุลดลงก็หมายถึงความปลอดภัยของผู้ใช้รถย่อมมีมากขึ้นตามไปด้วย เรียกว่าเป็นการสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนได้อีกแรง

กำหนดระยะเวลาทำงานได้ชัดเจน

เมื่อระบบสามารถบอกได้ว่าใช้เวลาในการเดินทางนานแค่ไหนก็หมายถึงตัวคนขับและตัวของผู้ควบคุมสามารถกำหนดเวลาการเดินทางถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างชัดเจน ผู้รับก็ไม่ต้องมานั่งเครียดว่าจะมาถึงในช่วงเวลาไหนกันแน่ ยิ่งถ้าถึงตรงเวลาได้เท่าไหร่ก็ยิ่งสร้างความประทับใจให้กับลูกค้ามากเท่านั้น พอครั้งต่อไปลูกค้าย่อมอยากให้บริการต่อแน่ ๆ แบบนี้โอกาสธุรกิจจะเติบโตไปข้างหน้าก็มีสูง

ทำรายงานการขับขี่ได้อย่างชัดเจน


เป็นเรื่องของการส่งรายงานไปยังหัวหน้าหรือผู้มีอำนาจสูงกว่าว่าพฤติกรรมการขับขี่ รูปแบบของการขับขี่ของคนขับเป็นอย่างไร เป็นตัวช่วยพิจารณาในเรื่องของการปรับปรุงการทำงานของพนักงานให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้นกว่าเดิม แต่ถ้าพนักงานคนไหนทำดีอยู่แล้วก็หมายถึงปรับเงินเดือน การปรับโบนัสเป็นเรื่องง่ายเพราะมีระบบในการตรวจสอบข้อมูลทำงานชัดเจน แม้พวกเขาจะไม่ได้อยู่ในออฟฟิศก็ตาม


สิ่งเหล่านี้คือข้อดีที่ทุก ๆ คนสามารถสัมผัสได้เมื่อมีโอกาสใช้งาน gps ติดตามรถ ถือว่าเป็นอุปกรณ์อีกชิ้นที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้กับคนใช้งานได้จริง ช่วยลดปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น รถติด, เกิดอุบัติเหตุ, ขับนอกเส้นทาง ฯลฯ เมื่อองค์กรสามารถควบคุมเรื่องเหล่านี้ได้ ย่อมหมายถึงผลกำไรที่เพิ่มพูนมากขึ้นเป็นทวี ยอมลงทุนแค่นิดหน่อยในการติดตั้งรถแต่ละคัน เมื่อเปรียบเทียบกับความคุ้มค่าที่จะได้รับกลับมาแล้ว ต้องบอกว่าคุ้มเกินคุ้มจริง ๆ ครับ สำหรับ gps ติดตามรถ

ระบบการทำงานและเหตุผลที่ควรใช้งาน gps มอเตอร์ไซค์

สังเกตว่านอกจากรถยนต์ที่คนไทยนิยมซื้อมาขับขี่ใช้งานกันแล้ว รถมอเตอร์ไซค์ก็ถือเป็นยานพาหนะอีกประเภทที่เราเห็นกันจนชินตาในสังคมปัจจุบัน มีปัจจัย หลายประเด็นที่ทำให้คนไทยเลือกใช้งานรถมอเตอร์ไซค์กันเยอะ เช่น การจราจรอันแสนติดขัดในเมืองหลวง หากใช้มอเตอร์ไซค์ที่มีขนาดเล็กกว่ารถยนต์ สามารถซิกแซกไปในทุกที่ได้ ย่อมช่วยให้ถึงปลายทางได้ไวกว่ารถขนาดใหญ่ , ราคาย่อมเยามากกว่า, ความสะดวกสบายในการขับขี่, ความเท่ คลาสสิก , เปรียบเทียบกับรถยนต์แล้วมีค่าบำรุงรักษาและค่าน้ำมันเชื้อเพลิงต่ำกว่ามาก ฯลฯ แม้มอเตอร์ไซค์จะไม่ได้มีระบบอะไรมากมายเหมือนรถยนต์ แต่สิ่งหนึ่งที่คนขี่รถประเภทนี้สามารถใช้งานได้ไม่ต่างกับคนขับรถยนต์ก็คือ gps มอเตอร์ไซค์ เป็นสิ่งดี ๆ ที่ควรติดตั้งเอาไว้ใช้งาน

gps ติดมอเตอร์ไซค์ทำไมคนถึงนิยมใช้งาน


คนทั่วไปเวลาที่นึกถึง gps ติดรถ มักจะหมายถึงรถยนต์หรือรถขนาดใหญ่เป็นหลัก ทว่ามอเตอร์ไซค์ที่แม้เป็นรถขนาดเล็กแต่ด้วยเครื่องยนต์ที่สามารถขับไปไหนมาไหนได้ไม่ต่างกับรถยนต์ทั่วไป การเลือกติดตั้ง gps ถือเป็นเรื่องสำคัญไม่น้อยเลย หากเรานึกถึงเรื่องของการติดตั้ง gps เรามักนึกถึงเรื่องการขนส่งเป็นหลัก มอเตอร์ไซค์เองก็สามารถขนส่งได้ด้วยเหมือนกัน จากเดิมที่เราแค่คิดว่าใช้ขนส่งคนอย่างเดียวแต่ทุกวันนี้มีการเกิดธุรกิจเกี่ยวกับการขนส่งสินค้า อาหาร ฯลฯ มากมายจน gps มอเตอร์ไซค์ กลายเป็นเรื่องสำคัญโดยเฉพาะในธุรกิจขนส่งภายในท้องที่ มีหลายบริษัทที่ทำงานโดยใช้ gps ติดตั้งบนมอเตอร์ไซค์ เพื่อเป็นตัวนำเส้นทางในการนำส่งสินค้า มันช่วยสร้างความสะดวกสบายต่อการใช้ชีวิตโดยเฉพาะคนในเมืองหลวงได้เป็นอย่างดี เพราะด้วยรูปแบบชีวิตที่เปลี่ยนไป รวมถึงพฤติกรรมหลายอย่างที่นิยมหันมาสั่งผ่านออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการช็อปปิ้ง, จะทานอาหาร เราสามารถสั่งการผ่านมือถือได้ มอเตอร์ไซค์เป็นยานพาหนะที่ถูกนำมาใช้ในเมืองหลวงที่จำนวนแทนที่รถยนต์ เนื่องเพราะความสะดวก คล่องตัว และตัวการสำคัญที่จะช่วยให้ส่งสินค้าได้ถูกสถานที่ ก็คือเจ้า gps มอเตอร์ไซค์ ตัวนี้ ซึ่งหากไม่มี gps การไปส่งตามตรอก ซอก ซอยต่าง ๆ คงยากน่าดู แต่เมื่อมีการติดตั้งเข้าไปทุกอย่างก็ง่ายดายแถมสะดวกสบายทั้งผู้ส่งและผู้รับอีกต่างหาก

ระบบการทำงานของ gps ติดมอเตอร์ไซค์


จริงแล้วระบบการทำงานของ gps มอเตอร์ไซค์ ที่ติดตั้งกันอยู่ทุกวันนี้ก็ไม่ได้มีความแตกต่างอะไรกับ gps ติดตั้งรถยนต์เลย เพียงแค่ขนาดหรือลักษณะการใช้งานของผู้ขับขี่อาจมีรูปแบบต่างกันบ้างตามความเหมาะสมของยานพาหนะ กระนั้นหากแยกออกมาให้ชัดเจน ระบบการทำงานของ gps ตัวนี้ก็คือ


Gps realtime เป็นรูปแบบของการแสดงตำแหน่งแบบเรียลไทม์ ลักษณะการทำงานจะใช้ระบบแจ้งผ่านแอปฯ หรือตัวเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ ด้านราคาของ gps แบบนี้จะราคาสูงหน่อยเหยียบหลักหมื่น เนื่องจากเป็นระบบที่ติดตามพร้อมรายงานผลแบบทันที อีกทั้งยังมีการเสียค่าใช้จ่ายแบบรายเดือนในเรื่องบริการใช้งานเซิร์ฟเวอร์ ส่วนใหญ่รถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้แบบนี้จะเป็นองค์กรด้านการขนส่งที่ต้องการเวลาแน่นอนทั้งหลาย


Gps กึ่งเรียลไทม์ การทำงานของ gps รูปแบบนี้จะเน้นการแจ้งเตือนผ่านระบบ SMS ราคาย่อมถูกกว่าแบบแรกมากแค่หลักพันกว่าบาทก็ซื้อได้แล้ว ไม่ต้องสนใจเรื่องค่าบริการรายเดือน ทำให้ gps แบบนี้จะได้รับความนิยมในการติดตั้งกับมอเตอร์ไซค์รวมถึงรถยนต์ทั่วไปมากกว่าแบบแรก วัตถุประสงค์ที่ใช้ก็ไม่ถึงขั้นต้องรายงานความเคลื่อนไหวของยานพาหนะแบบนาทีต่อนาที

เหตุผลที่ควรเลือกใช้งาน gps ติดมอเตอร์ไซค์


คราวนี้ก็มาว่ากันถึงเหตุผลสำคัญมาก ๆ ที่คนขับขี่มอเตอร์ไซค์หรือคนที่ต้องทำงานแล้วมีการขนส่งด้วยยานพาหนะประเภทนี้ควรเลือกติดตั้ง gps มอเตอร์ไซค์ รับรองว่าแต่ละเหตุผลมันคือเรื่องจริง ไปดูกันครับว่าเหตุผลนั้นมีข้อใดบ้าง


เช็คพฤติกรรมการขับขี่ได้ง่าย บรรดาหน่วยงานด้านการขนส่งทั้งหลายที่ยุคนี้ได้รับความนิยมสูงมาก ๆ การติดตั้ง gps เอาไว้จะช่วยให้ตรวจสอบพฤติกรรมการทำงานของคนขับขี่ได้ง่ายมากขึ้น เช่น มีการแอบรับงานนอกหรือไม่, แวะจอดตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อพักงานนานเกินไป, ไปถึงลูกค้าล่าช้าทั้งที่ระยะทางไม่ไกล เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยพัฒนาองค์กรให้คัดเลือกคนคุณภาพดีเข้ามาทำงานได้


ไม่ต้องกลัวเรื่องการโดนขโมย รถมอเตอร์ไซค์เป็นรถที่มักโดนขโมยได้ง่ายโดยเฉพาะรถรุ่นใหม่ ๆ มีฟังก์ชั่นดี ๆ แต่ถ้าเลือกติดตั้ง gps เอาไว้ ต่อให้ขโมยไปไหนก็สามารถตามหาได้จนเจอ แม้จอดไว้ริมถนนแล้วไปทำธุระก็ไม่ต้องกังวลมากเกินไป เรื่องนี้ยังรวมถึงบรรดาพนักงานนิสัยเสียที่ชอบแอบเอารถไปถ่ายน้ำมันออกมาใส่ของตนเอง แอบนำอะไหล่ไปขาย แอบเอาไปเข้าอู่เพื่อแปลงระบบ


เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ให้มากขึ้น เรารู้กันดีว่าการขับขี่มอเตอร์ไซค์ถือเป็นความเสี่ยงมาก ๆ จากข่าวคราวที่ออกกันมาบ่อย ๆ ส่วนหนึ่งก็มาจากพฤติกรรมการขับขี่ไม่ดี แต่เมื่อติดตั้ง gps มอเตอร์ไซค์ เข้าไปแล้ว อย่างน้อยที่สุดผู้ขับขี่เองก็ต้องขับอย่างสุภาพมากขึ้น เมื่อขี่ดีขึ้น โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุจนกลายเป็นความสูญเสียของทั้งตนเองและผู้อื่นก็น้อยลงไปด้วย


แม้จะเป็นเพียงรถมอเตอร์ไซค์ แต่ก็ต้องบอกว่ามีความสำคัญในโลกธุรกิจรวมถึงการใช้ชีวิตไม่แพ้กัน การเลือกติดตั้ง gps มอเตอร์ไซค์ จึงถือเป็นวิธีที่ดีในการสร้างมาตรฐานการขับขี่ให้ชัดเจนมากขึ้น สามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้ได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งในรูปแบบองค์กร หรือคนใช้ยานพาหนะทั่วไป

Open Modal