การเลือกขนาดล้อแม็ก

ล้อแม็กเป็นสุดยอดไอเท็มแต่งรถที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ในบรรดาของแต่งรถทั้งหมด เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่สามารถเผยความเท่ห์ หรือความสวยงามให้กับตัวรถได้ชัดเจนสะกดสายตา โดยนอกจากล้อแม็กจะเป็นอุปกรณ์แต่งรถที่หาซื้อได้ง่ายแล้ว

ล้อแม็กเป็นสุดยอดไอเท็มแต่งรถที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ในบรรดาของแต่งรถทั้งหมด เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่สามารถเผยความเท่ห์ หรือความสวยงามให้กับตัวรถได้ชัดเจนสะกดสายตา โดยนอกจากล้อแม็กจะเป็นอุปกรณ์แต่งรถที่หาซื้อได้ง่ายแล้ว ยังเป็นอุปกรณ์ที่ใช้เวลาการติดตั้งไม่นานก็สามารถนำมาใช้งานได้เลย


โดยล้อแม็กในปัจจุบันนั้น สามารถนำไปเปรียบเทียบเป็นแฟชั่นสำหรับรถยนต์เลยก็ว่าได้ เนื่องจากเป็นไอเท็มที่นักแต่งรถส่วนใหญ่นิยมมองกันเป็นอันดับแรก ด้วยเหตุนี้จึงทำให้แบรนด์ผู้ผลิตล้อแม็กถือกำเนิดขึ้นมามากมาย ส่งผลให้ล้อแม็กหลายแบบหลายสไตล์มีให้เลือกอย่างจุใจผู้หาซื้อ รวมไปถึงเน้นตอบโจทย์รสนิยมหลากสไตล์


โดยส่วนใหญ่แล้วผู้คนจะนิยมเลือกล้อแม็กที่มีขนาดใหญ่ เนื่องจากดูเท่และสปอร์ตกว่า แต่รู้หรือไม่ว่าการเลือกล้อแม็กที่มีขนาดไม่เหมาะสมกับตัวรถอาจทำให้เครื่องยนต์และช่วงล่างรับภาระหนักมากขึ้น การเลือกล้อแม็กที่ถูกต้องและเข้ากับตัวรถนั้น ล้อแม็กจะต้องมีความสัมพันธ์กันกับยาง หากต้องการใช้ล้อที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ก็ควรที่จะปลี่ยนยางที่มีแก้มยางบางลงตามลงไปด้วย เพื่อเป็นการปรับสมดุลซึ่งกันและกัน นอกจากนี้แนะนำว่าควรอัพเกรดสมรรถนะของเครื่องยนต์ และช่วงล่างตามขึ้นไปด้วย เพื่อเป็นการลดภาระการทำงานของตัวรถนั่นเอง


ขนาดล้อแม็กที่แนะนำนั้น ควรเลือกล้อแม็กที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมไม่เกิน 2-3 นิ้ว ( เพราะถ้าหากขยับแค่ 1 นิ้วมันก็ไม่ต่างไปกว่าเดิมเท่าไหร่นัก ) อาทิเช่น

  • อัพจากไซส์ล้อเดิมจาก 14 นิ้ว มาเป็น 16 นิ้ว
  • อัพจากไซส์ล้อเดิมจาก 15 นิ้ว และยาง 175/60R15 มาเป็น 17 นิ้ว จัดกับยางหน้ากว้าง 215 แก้มยางซีรี่ส์ 45 หรือ 205/50R17


ขณะเดียวกันหากคุณต้องการที่จะใช้ล้อขนาด 18 นิ้ว แนะนำว่าให้ใช้ยางที่มีแก้มเตี้ยลงมาอีกซักซีรี่ส์ 40 หรือ 35 ก็จะทำให้รถดูสวยเนียนกลมกลืนมากขึ้น


สำหรับสาวกสไตล์Flush หรือ VIP ที่นิยมโหลดเตี้ย และเน้นล้อขนาดใหญ่ประมาณ 19, 20 และ 22 นิ้ว นั้นหากคุณต้องการจะแต่งแนวนี้จริง ๆ แนะว่าจะต้องคิดให้มาก ๆ เนื่องจากสายนี้จะนิยมการใช้ยางขนาดบาง ทำให้สัมผัสขณะขับขี่บนท้องถนนค่อนข้างไวต่อพื้นที่ขุขระ จึงอาจทำให้การโดยสารเป็นไปอย่างไม่สะดวกสบายเหมือนรถทั่วไปนัก โดยเฉพาะบนถนนของบ้านเรา รวมถึงยังส่งผลถึงสมรรถนะของรถและความสะดวกต่อการขับขี่อีกด้วย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วรถประเภทนี้จะทำขึ้นเพื่อเน้นขับโชว์ออกงานเป็นหลักเท่านั้น



การนำเอาเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้ย่อมสร้างประโยชน์ต่าง ๆ ให้กับชีวิตในยุคนี้อย่างมาก เรามักเห็นว่าประเทศชาติ

หนึ่งในสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่พบได้บนท้องถนนนั่นก็คืออาการ “คันเร่งค้าง” ซึ่งเกิดขึ้นขณะขับขี่บนถนนและค่อนข้างรับมือยาก

แม้พื้นฐานการใช้งานของ gps คนที่ใช้อยู่เป็นประจำจะรู้สึกคุ้นชินกันดีอยู่แล้ว ทว่าเมื่อมองให้ลึกลงไปการเรียนรู้เกี่ยวกับระบบทำงาน

ความเสื่อมสภาพหรือความไม่พร้อมของตัวรถ สามารถเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้ ไม่เพียงแต่จะเกิดขึ้นได้

 

ให้เราช่วยคุณหา

กรอกรายละเอียดของคุณทิ้งไว้เพื่อที่เราจะได้ส่งข่าวสารหรือโปรโมชั่นดีๆ หรือโทรไปเพื่อนำเสนอผู้ให้บริการ GPS Fleet Management ที่ดีที่สุด