การเลือกใช้หมวกกันน็อค

หากการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ถูกขึ้นชื่อว่า “เนื้อหุ้มเหล็ก” แล้วล่ะก็ การรักษาความปลอดภัยขั้นพื้นฐานที่จะต้องมีอยู่เสมอ และยังถูกกำหนดเป็นข้อกฎหมายอีกด้วยนั่นก็คือหมวกกันน็อค อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีการสวมใส่แล้วก็ตาม แต่หากจะให้เกิดความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดนั่นก็คือการเลือกซื้อหมวกกันน็อคที่ได้มาตรฐาน อีกทั้งยังจะต้องมีความสอดคล้องเหมาะสมกับลักษณะเฉพาะของร่างกายแต่ละคนที่แตกต่างกัน
โดยหมวกกันน็อครูปแบบพื้นฐาน ที่นิยมใช้กันโดยทั่วไปนั้นจะประกอบเป็นประเภทหลัก ๆ ได้ดังนี้

หมวกกันน็อคแบบเต็มใบ เปิดหน้าได้ (Open Face)

หมวกกันน็อคในลักษณะนี้ถือว่าเป็นรูปแบบที่ใช้กันอย่างกว้างขวาง นิยมใช้กันได้ตั้งแต่รถมอเตอร์ไซค์ตามท้องตลาดทั่วไป แต่ก็มีดีไซน์ที่เหมาะกับไบค์เกอร์สายทัวร์ริ่ง หรือเน็กไบค์รวมไปถึงสกู๊ตเตอร์และคลาสสิคได้เช่นกัน โดยจะมีกระจกบังลมครอบปิดที่ส่วนหน้ามาจนถึงส่วนคาง ผู้ขับขี่สามารถเลือกที่จะเปิดปิดที่บังได้โดยสะดวก เหมาะสำหรับการขับขี่ถนนในเมืองที่ไม่มีความอันตรายมากนัก เช่นการขับขี่ในบริเวณใกล้บ้านหรือขับขี่ในถนนที่มีการจำกัดความเร็ว โดยหมวกชนิดนี้จะถือว่ามีการป้องกัน 3 ใน 4 ของศรีษะเท่านั้น จึงเหมาะสำหรับการใช้งานที่คล่องตัวและมีความเสี่ยงภัยน้อย

หมวกกันน็อคในแบบเต็มหน้า (Full Face)

หมวกชนิดนี้ถือเป็นอีกรูปแบบยอดนิยมเช่นกัน ไม่ว่าจะนำไปใช้กับรถมอเตอร์ไซค์ในสไตล์ใดก็ถือว่าเข้าคู่กันได้เป็นอย่างดี และเป็นรูปแบบมาตรฐานที่ใช้กันสำหรับการขับขี่แบบสปอร์ต ไปจนถึงการแข่งขันในสนามแข่ง แต่อาจไม่ได้รับความนิยมในการสวมใส่ในขณะขี่มอเตอร์ไซค์ประเภท ช็อบเปอร์ หรือโมโตครอส อย่างไรก็ตาม หมวกกันน็อคในรูปแบบนี้จะมีการป้องกันครอบคลุมสินค้าได้ทั้งหมด อีกทั้งด้านในยังมีการบุนวมรองรับการกระแทก อันถือว่าเป็นที่สุดของมาตรฐานความปลอดภัย

หมวกกันน็อคแบบครึ่งใบ

หมวกกันน็อคประเภทนี้ถือว่ามีความปลอดภัยต่ำกว่าหมวกกันน็อคประเภทอื่น เน้นความคล่องตัวมากที่สุด รวมไปถึงความสบายในขณะสวมใส่มากที่สุด แต่ด้วยความที่มันยังคงไม่สามารถรักษาความปลอดภัยได้อย่างครอบคลุม โดยเฉพาะการเปิดช่องว่างในบริเวณท้ายทอยและส่วนหน้า นั่นก็นับว่าไม่เหมาะสำหรับนำไปสวมใส่บนท้องถนนที่มีการใช้ความเร็วสูง หรือมีสภาพถนนที่เสี่ยงต่อการลื่นล้มหรือกระทบกระแทก เหมาะสำหรับการขับขี่ช้า ๆ บนถนนที่มีความปลอดภัยในระดับที่สูงเช่น ถนนในหมู่บ้านหรือถนนในซอย หรือถนนที่ไม่มีรถราหนาแน่นมากนัก



เพราะอุบัติเหตุบนท้องถนนในบ้านเรานั้นมักมีเหตุเกิดขึ้นให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะช่วงเวลาเทศกาลที่นับว่าเป็นช่วงเฝ้าระวัง

หนึ่งในสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่พบได้บนท้องถนนนั่นก็คืออาการ “คันเร่งค้าง” ซึ่งเกิดขึ้นขณะขับขี่บนถนนและค่อนข้างรับมือยาก

ไฟสัญญาณแจ้งเตือนบนรถนั้นมีมากมายหลากหลาย หากเราทำความรู้จักกับไฟเตือนระบบเครื่องยนต์เหล่านี้ได้ทุกรูปแบบ

เพราะรถเป็นทรัพย์สินที่มีราคาสูง การคิดคำนึงถึงความจำเป็นอย่างรอบด้านก่อนควักเงินซื้อ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การใช้จ่ายครั้งนี้

 

ให้เราช่วยคุณหา

กรอกรายละเอียดของคุณทิ้งไว้เพื่อที่เราจะได้ส่งข่าวสารหรือโปรโมชั่นดีๆ หรือโทรไปเพื่อนำเสนอผู้ให้บริการ GPS Fleet Management ที่ดีที่สุด